ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Source eXpert Knowledge is Success

หลักสูตรทั้งหมดสาขากรุงเทพฯ และปริมณฑล

C09

การจัดซื้ออะไหล่และบริหารงานซ่อมบำรุงเชิงกลยุทธ์

Strategic Spare Parts Procurement and Maintenance Management

กลุ่มเป้าหมาย

ผู้ดูแลคลังอะไหล่ Maintenance Manager ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในอุตสาหกรรมการผลิต พลังงาน สาธารณูปโภค Reliability Engineer และผู้ที่ต้องบริหารต้นทุนซ่อมบำรุงให้คุ้มค่าสูงสุด

วิทยากร

อ.ปัลลพ สัจจรักษ์ และ/หรือ อ.ศุภโชค โชติสถิตกุล

บทนำ

การจัดซื้ออะไหล่และงานซ่อมบำรุงเป็นหัวใจของการรักษา Operational Continuity ในอุตสาหกรรมการผลิต พลังงาน และสาธารณูปโภค ความผิดพลาดในการบริหารจัดการ เช่น สต็อกขาดในยามวิกฤต (Stock-out) หรือการสต็อกเกินจำเป็นจนเงินจม (Excess Stock) สามารถส่งผลกระทบถึงการสูญเสียกำลังการผลิตหลายล้านบาทต่อชั่วโมง การมีกลยุทธ์การจัดซื้ออะไหล่ที่สมดุลระหว่าง Availability และ Cost จึงเป็นทักษะสำคัญของฝ่ายจัดซื้อในยุคที่ต้นทุนทุกบาทมีความหมาย

หลักสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะการบริหารอะไหล่อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การจำแนกอะไหล่ด้วย ABC Analysis (มูลค่า), XYZ Analysis (ความสม่ำเสมอ), FSN Analysis (Fast/Slow/Non-moving) การออกแบบ Min-Max และ EOQ (Economic Order Quantity) การบริหาร Critical Spare Parts ที่หาได้ยากและมีมูลค่าสูง ไปจนถึงการเลือกระหว่าง In-house Maintenance, Outsourcing และ Service Contract ที่เหมาะสมกับองค์กร

ผ่านกรณีศึกษาจริงจากโรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า การไฟฟ้า และระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ พร้อม Workshop ที่ใช้ข้อมูลจริง จะทำให้ผู้เข้าอบรมสามารถออกแบบกลยุทธ์การบริหารอะไหล่ที่นำไปใช้ปฏิบัติได้ทันทีและสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้

วัตถุประสงค์

  • Spare Parts Classification: เพื่อให้สามารถจำแนกอะไหล่ด้วย ABC, XYZ, FSN ในรูปแบบ 3D Cube ได้อย่างเป็นระบบ
  • Inventory Optimization: เพื่อให้สามารถออกแบบ Min-Max, EOQ, Reorder Point, Safety Stock ที่สมดุลระหว่าง Availability และ Cost
  • Critical Spare Strategy: เพื่อให้สามารถบริหาร Critical Spare Parts ที่หาได้ยากและมีมูลค่าสูง ผ่าน Long Lead Item, Insurance Spare
  • Maintenance Strategy: เพื่อให้เข้าใจการเลือกระหว่าง In-house Maintenance, Outsourcing, Service Contract และการประเมินความคุ้มค่า

กลุ่มเป้าหมาย

ผู้ดูแลคลังอะไหล่ Maintenance Manager ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในอุตสาหกรรมการผลิต พลังงาน สาธารณูปโภค Reliability Engineer และผู้ที่ต้องบริหารต้นทุนซ่อมบำรุงให้คุ้มค่าสูงสุด

บรรยายโดย

อ.ปัลลพ สัจจรักษ์ และ/หรือ อ.ศุภโชค โชติสถิตกุล

หัวข้อการสัมมนา (09.00 - 16.00 น.)

Module 1: Spare Parts Classification & Multi-Dimensional Analysis

  • Why Classification Matters: ความสำคัญของการจำแนกอะไหล่เพื่อกำหนดกลยุทธ์การบริหารที่แตกต่าง
  • ABC Analysis (Value-Based): การจัดกลุ่มอะไหล่ตามมูลค่าการใช้งาน — A (80% มูลค่า), B (15%), C (5%)
  • XYZ Analysis (Variability): การจัดกลุ่มอะไหล่ตามความสม่ำเสมอของการใช้งาน — X (Stable), Y (Variable), Z (Erratic)
  • FSN Analysis (Movement): การจำแนก Fast/Slow/Non-moving items และการจัดการ Slow Mover และ Dead Stock
  • Combined ABC-XYZ-FSN: การใช้ Cube 3 มิติเพื่อกำหนดกลยุทธ์ที่แม่นยำ — Critical High-Value, Routine Low-Value

Module 2: Inventory Optimization & EOQ

  • EOQ Model: การคำนวณ Economic Order Quantity เพื่อหาจุดสมดุลระหว่าง Ordering Cost และ Holding Cost
  • EOQ Limitations: ข้อจำกัดของ EOQ ในงานจริง — Quantity Discount, Capacity Constraint, Lead Time Variability
  • Min-Max System: การออกแบบจุด Reorder Point และระดับสต็อกสูงสุด พร้อม Visual Management
  • Safety Stock Calculation: การคำนวณ Safety Stock โดยพิจารณา Demand Variability และ Lead Time Variability
  • Service Level Target: การกำหนด Service Level Target (90%, 95%, 99%) ตามความสำคัญของอะไหล่
  • ABC-Based Stock Policy: การกำหนด Stock Policy ที่แตกต่างตาม ABC — A: Tight Control, C: Loose Control

Module 3: Critical Spare & Long Lead Item Management

  • Critical Spare Identification: หลักการระบุอะไหล่ที่หากขาดจะกระทบ Operation อย่างรุนแรง — Bottleneck Equipment
  • Long Lead Item Management: การบริหารอะไหล่ที่มี Lead Time นาน 6-12 เดือน — Forecast, Pre-order, Safety Stock เข้ม
  • Insurance Spare: แนวคิดการสำรองอะไหล่ที่แทบไม่เคยใช้แต่ขาดไม่ได้ เช่น Generator Spare, Transformer Coil
  • Vendor-Managed Inventory: การให้ Supplier บริหารสต็อกใน Site ลด Capital Tie-up
  • Consignment Stock: การวางอะไหล่ของ Supplier ใน Site โดยจ่ายเงินเมื่อใช้งาน
  • OEM vs Aftermarket: การวิเคราะห์ความคุ้มค่าระหว่างอะไหล่แท้ (OEM) กับ Aftermarket Equivalent

Module 4: Maintenance Strategy & Service Contract

  • Maintenance Philosophy: แนวคิดการซ่อมบำรุง — Reactive, Preventive, Predictive, Reliability-Centered Maintenance (RCM)
  • In-house vs Outsource: การวิเคราะห์ Make or Buy สำหรับงานซ่อมบำรุง พร้อม TCO Comparison
  • Service Contract Types: รูปแบบสัญญาบริการ — Time & Material, Performance-Based, Total Productive Maintenance (TPM)
  • SLA Design: การออกแบบ Service Level Agreement — Response Time, Repair Time, Uptime Guarantee
  • Penalty & Bonus Structure: การจัดโครงสร้าง Penalty เมื่อ Vendor ไม่ทำตาม SLA และ Bonus เมื่อทำได้ดี
  • Maintenance Cost Tracking: การติดตามและวิเคราะห์ต้นทุนซ่อมบำรุง — Direct, Indirect, Lost Production

กิจกรรม Workshop ในหลักสูตร

หลักสูตรนี้ออกแบบให้มี Workshop เชิงปฏิบัติการ 4 กิจกรรมตลอดวัน ครอบคลุม Spare Parts Segmentation, Inventory Parameter Design, Critical Spare List และ Service Contract Design เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้ฝึกใช้เครื่องมือและแนวคิดกับสถานการณ์จริงขององค์กร และสามารถนำกลับไปประยุกต์ใช้ได้ทันทีหลังจบหลักสูตร

Source eXpert (Thailand) Co., Ltd.

หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง