รหัสหลักสูตร: E03-SCVE
บทนำ (Introduction)
การลดต้นทุนแบบ "หั่นราคา" หรือบีบคู่ค้าให้ลดราคาเพียงอย่างเดียว เป็นวิธีที่ล้าสมัยและไม่ยั่งยืน องค์กรชั้นนำในปัจจุบันใช้แนวคิด Cost Engineering และ Value Engineering ในการวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนเชิงลึก เพื่อค้นหา ”พื้นที่ลดต้นทุนที่ไม่กระทบคุณค่า" และในบางกรณีกลับ "เพิ่มคุณค่าโดยไม่เพิ่มต้นทุน"ทำให้องค์กรได้ทั้งกำไรและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในระยะยาว
หลักสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ต้นทุน ตั้งแต่การสร้าง Should-Cost Model ที่อิงข้อมูลตลาดจริง การประยุกต์ใช้ VAVE (Value Analysis & Value Engineering) ในการลดต้นทุนผลิตภัณฑ์ การใช้ Function Analysis ในการค้นหาฟังก์ชันที่ไม่จำเป็น (Unnecessary Function) การใช้ Tear-down Analysis เพื่อแกะโครงสร้างผลิตภัณฑ์คู่แข่ง ไปจนถึงการออกแบบโครงการ Cost Reduction ที่วัดผลและรายงานต่อผู้บริหารได้ ผ่านกรณีศึกษาจริงจากบริษัทผู้ผลิตชั้นนำ ผู้เข้าอบรมจะได้เครื่องมือที่ใช้งานได้ทันทีในการสร้างผลลัพธ์การลดต้นทุนที่วัดผลได้และยั่งยืน
วัตถุประสงค์ (Learning Objectives)
- Cost Structure Analysis: เพื่อให้เข้าใจโครงสร้างต้นทุนของผลิตภัณฑ์และบริการ และการวิเคราะห์ Cost Driver ที่ลดได้
- Should-Cost Modeling: เพื่อให้สามารถสร้าง Should-Cost Model ที่อิงข้อมูลตลาดจริงสำหรับการเจรจาที่อิงข้อมูล
- Value Engineering: เพื่อให้เข้าใจ VAVE Methodology และการประยุกต์ใช้ในงานจัดซื้อ
- Cost Reduction Project: เพื่อให้สามารถออกแบบและบริหารโครงการ Cost Reduction Pipeline ที่วัดผลได้
- Total Cost of Ownership: เพื่อให้คำนวณต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งานและหาจุดคุ้มทุน สำหรับเปรียบเทียบข้อเสนอที่ราคาซื้อต่างกันได้อย่างมีเหตุผล
กลุ่มเป้าหมาย (Target Participants)
- นักจัดซื้อ หัวหน้าแผนกและผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ, Sourcing และ Category Specialist, Cost Engineer, วิศวกรอุตสาหการและวิศวกรฝ่ายผลิต, วิศวกรฝ่ายซ่อมบำรุง, ฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์, ฝ่ายประกันคุณภาพ ตลอดจนเจ้าของกิจการและผู้บริหารธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ต้องการลดต้นทุนอย่างเป็นระบบ
เหมาะกับผู้เรียนจากอุตสาหกรรม: ยานยนต์และชิ้นส่วน, อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า, อาหารและเกษตรแปรรูป, บรรจุภัณฑ์, วัสดุก่อสร้าง, พลังงานและสาธารณูปโภค รวมถึงธุรกิจบริการและโครงการก่อสร้างที่มีการจัดซื้อจัดจ้างเป็นต้นทุนหลัก
- ความรู้พื้นฐานที่ควรมี: ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานทางวิศวกรรม แต่ควรอ่านใบเสนอราคาและใบสั่งซื้อได้ และใช้ Microsoft Excel ในระดับการคำนวณพื้นฐานได้ ผู้เรียนที่นำข้อมูลจริงของชิ้นงานหรือกลุ่มสินค้าที่ตนรับผิดชอบติดมาด้วย จะได้ประโยชน์จาก Workshop สูงที่สุด
บรรยายโดย (Lead Instructor)
อ.ศุภโชค โชติสถิตกุล
ประสบการณ์กว่า 20 ปี ในงาน Procurement, Supply Chain และ Business Management ครอบคลุมอุตสาหกรรมการผลิต ก่อสร้าง อาหาร และอสังหาริมทรัพย์ เชี่ยวชาญการพัฒนาระบบจัดซื้อ การบริหารซัพพลายเชน และการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ถ่ายทอดองค์ความรู้จากประสบการณ์การทำงานจริงในภาคธุรกิจ
รูปแบบการอบรม (Training Format)
- จัดอบรมในรูปแบบ Onsite (ในห้องอบรม) เน้นการบรรยาย กรณีศึกษา การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และ Workshop เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้จริง
หัวข้อการสัมมนา (Course Topics) 09.00 - 16.00 น.
Module 1: Cost Engineering Foundation
- Cost vs Price: ความแตกต่างระหว่างต้นทุน (Cost) และราคา (Price)
- Cost Structure: องค์ประกอบของต้นทุนผลิตภัณฑ์
- Cost Driver Analysis: การวิเคราะห์ปัจจัยที่ขับเคลื่อนต้นทุน
- Cost Index & Benchmark: การใช้ดัชนีตลาด (LME, PPI, CPI) และการเทียบกับ Industry Benchmark
- Cost Behavior: พฤติกรรมต้นทุน — Fixed, Variable, Semi-Variable, Step Cost และผลต่อการตัดสินใจ
- Total Cost of Ownership (TCO): ต้นทุนที่แท้จริงตลอดอายุการใช้งาน ไม่ใช่แค่ราคาซื้อ ครอบคลุมค่าติดตั้ง ค่าพลังงาน ค่าซ่อมบำรุง ค่าอะไหล่ ค่าหยุดเครื่อง และค่ากำจัดเมื่อสิ้นอายุ
- Life Cycle Costing และ Time Horizon: การเลือกระยะเวลาคำนวณให้เหมาะกับสินค้าแต่ละประเภท ทั้ง Useful Life และ Holding Period รวมถึงการเทียบทางเลือกที่อายุการใช้งานไม่เท่ากัน
- Payback และ NPV: การหาจุดคุ้มทุนของทางเลือกที่ราคาซื้อสูงกว่าแต่ต้นทุนรวมต่ำกว่า และการคิดมูลค่าปัจจุบันเมื่อกระแสเงินสดกระจายหลายปี
Module 2: Should-Cost Modeling
- Should-Cost Methodology: หลักการสร้าง Should-Cost Model ในแต่ละประเภทสินค้า
- Material Cost Modeling: การประมาณต้นทุนวัตถุดิบจากข้อมูลตลาด
- Conversion Cost: การประมาณต้นทุนการแปรรูป
- Tooling & Setup: การพิจารณาต้นทุน Tooling และ Setup ในกรณีที่ Volume ต่ำ
- Yield & Scrap: การคำนึงถึง Yield Loss และ Scrap Rate ในการคำนวณต้นทุนจริง
- Country-Specific Adjustment: การปรับ Cost Model ตาม Country Factor — Labor, Energy, Logistics, Tax
Module 3: Value Engineering & Function Analysis
- VAVE Methodology: หลักการ Value Analysis (VA) และ Value Engineering (VE) ตามมาตรฐาน SAVE
- Function Analysis: การวิเคราะห์ฟังก์ชันของผลิตภัณฑ์ — Basic Function, Secondary Function, Unnecessary Function
- FAST Diagram: Function Analysis System Technique — เครื่องมือ Mapping ฟังก์ชันแบบ Hierarchical
- Value Index: การคำนวณ Value Index = Function / Cost เพื่อระบุพื้นที่ที่มี Value ต่ำ
- Job Plan 6 Phases: กระบวนการ VAVE 6 ขั้น — Information, Analysis, Creative, Evaluation, Development, Presentation
Module 4: Cost Reduction Project Management
- Cost Reduction Pipeline: การออกแบบและบริหาร Pipeline ของโครงการลดต้นทุน
- Saving Validation: หลักการ Validate Saving โดย Finance — Hard Saving vs Soft Saving, Cost Avoidance
- Project Charter: การจัดทำ Charter โครงการลดต้นทุน — Goal, Scope, Team, Timeline, Saving Target
- Stakeholder Engagement: การชักชวน Engineering, Operations, Finance, Quality มาร่วมโครงการลดต้นทุน
- Implementation Roadmap: การวางแผน Implementation พร้อม Risk Mitigation Plan
- Reporting to Executive: การรายงานผลโครงการลดต้นทุนต่อผู้บริหาร — Saving Realized, Project Status, Lessons Learned
กิจกรรมในหลักสูตร (Workshop)
หลักสูตรนี้ออกแบบให้มี Workshop เชิงปฏิบัติการ 3 กิจกรรมตลอดวัน ครอบคลุม
- Should-Cost Calculation (คำนวณต้นทุนวัสดุและการแปรรูป พร้อมเปรียบเทียบกับราคาตลาด)
- Function Analysis & FAST Diagram (วิเคราะห์ฟังก์ชัน ค้นหา Unnecessary Function และโอกาสเพิ่มคุณค่า)
- Cost Reduction Project Plan (ออกแบบโครงการลดต้นทุน พร้อมคำนวณ Saving และจัดทำ Action Plan)