บทความ ›
งานจัดซื้อ 5 อย่างที่ AI ทำแทนได้แล้ววันนี้ และ 3 อย่างที่ยังไม่ควรให้ทำ
เผยแพร่ 20 ส.ค. 2569 · อ่าน 2 นาที · โดยทีมงาน Source eXpert
คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดเวลาพูดถึงเรื่อง AI ในงานจัดซื้อไม่ใช่ “มันทำอะไรได้บ้าง” แต่คือ “แล้วตกลงเราจะเริ่มตรงไหน” เพราะสิ่งที่หาอ่านได้ส่วนใหญ่ไม่เคยพูดถึงงานจริงที่วางอยู่บนโต๊ะ บทความนี้จึงขอลากเส้นแบ่งให้ชัดว่างานไหนให้ AI ช่วยได้เลย และงานไหนที่ยังต้องเป็นคนตัดสิน
เส้นแบ่งง่าย ๆ ที่ใช้ได้กับทุกงาน
AI เก่งงานที่อ่านเยอะ สรุปเร็ว และผิดแล้วแก้ได้ทันที ส่วนงานที่ผลลัพธ์ผูกพันบริษัท ใช้ดุลพินิจ หรือมีคนได้เสีย ยังต้องมีคนเซ็นชื่อรับผิดชอบเสมอ ถ้าจำเส้นนี้ได้เส้นเดียว ก็ตอบได้เกือบทุกกรณีแล้วว่าควรให้ AI แตะหรือไม่
5 อย่างที่เริ่มให้ AI ช่วยได้เลย
- ร่าง RFQ หรือ TOR จากของเดิม ใช้สเปกที่เคยซื้อเป็นตั้งต้น แล้วให้ช่วยเขียนให้ครบถ้วนและอ่านรู้เรื่อง
- เทียบใบเสนอราคาที่ฟอร์แมตไม่เหมือนกัน ผู้ขายห้าเจ้าส่งมาห้าแบบ ให้ AI จัดให้เป็นตารางเดียวกันก่อน แล้วคนค่อยอ่าน
- สรุปสัญญายาว ๆ ให้เหลือประเด็นที่ต้องระวัง เช่น เงื่อนไขปรับ การรับประกัน และข้อกำหนดการยกเลิก
- ร่างจดหมายและอีเมลโต้ตอบซัพพลายเออร์ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ที่ปกติเสียเวลาเกลาเป็นชั่วโมง
- หาข้อมูลตลาดและผู้ขายรายใหม่เบื้องต้น เพื่อตั้งคำถามให้ถูกก่อนเข้าเจรจา ไม่ใช่เพื่อใช้เป็นข้อสรุป
3 อย่างที่ยังไม่ควรให้ AI ทำ
- ตัดสินใจเลือกผู้ขาย AI ไม่รู้เรื่องที่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ เช่น ประวัติการแก้ปัญหาหน้างานหรือความสัมพันธ์ระยะยาว
- ยืนยันตัวเลขโดยไม่ตรวจซ้ำ AI เขียนตัวเลขที่ดูน่าเชื่อแต่ผิดได้หน้าตาเฉย ทุกตัวเลขที่จะเอาไปเจรจาต้องย้อนกลับไปดูต้นทาง
- วางข้อมูลลับลงเครื่องมือสาธารณะ ราคาต่อหน่วย เงื่อนไขสัญญา และรายชื่อผู้ขาย ต้องดูนโยบายข้อมูลของเครื่องมือก่อนเสมอ
จุดเริ่มที่ได้ผลเร็วที่สุดคือหยิบงานที่ทำซ้ำทุกสัปดาห์มาหนึ่งอย่าง ลองให้ AI ช่วยสักสองสัปดาห์ แล้ววัดว่าประหยัดเวลาไปกี่ชั่วโมง ตัวเลขนั้นจะเป็นเหตุผลที่ใช้คุยกับผู้บริหารได้ดีกว่าคำว่า “ทันสมัย” และเป็นสิ่งที่เราลงมือทำกันจริงในหลักสูตร AI for Procurement วันที่ 2 ตุลาคม 2026 ครับ
ได้ประโยชน์จากบทความนี้?
รับบทความใหม่ทางอีเมลทุกสัปดาห์ — ยกเลิกได้ทุกเมื่อ